ธปท. ธนาคารปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อรับการใช้จ่ายในอนาคต หวั่นฟินเทคเทระบบธนาคาร
14 มกราคม 2560, 11:00
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผย อนาคตธนาคารอยู่ยาก เพราะเจอพิษฟินเทคแย่งตลาด แนะปรับรูปแบบธุรกิจ เลิกเน้นเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ควรพัฒนาการด้านเทคโนโลยีทางการเงิน(ฟินเทค) มีความรวดเร็วและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้บริโภคมากขึ้น และให้บริการทางการเงินแทนธนาคารได้เกือบทุกด้านแล้ว ฉะนั้น โครงสร้างระบบการเงินในไทยต้องเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน รัฐบาล และ ธปท.เองล้วนต้องปรับตัวรองรับปัจจุบันแบงก์ทั่วโลกใช้ "ฟินเทค" เพื่อเป็นการใช้จ่ายในอนาคต เนื่องจาก การใช้ชีวิประจำวันของคนเราได้เปลี่ยนไป และเราทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ดังนั้น กอปรกับความก้าวหน้าของเทคโลโยลี ส่งผลให้ภาคธุรกิจธนาคารจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อดึงดูดใจลูกค้ายุคใหม่ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์กับธุรกิจการเงินการธนาคาร หรือ “ฟินเทค” กำลังปรับตัวขึ้นและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องธนาคารหลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ ได้เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น ที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และเปิดโอกาสให้เจ้าของบัญชีสามารถบริหารจัดการดูแลบัญชีของตนได้โดยไม่ต้องไปที่ธนาคารในขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงศรีฯ จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อร่วมลงทุนสนับสนุนฟินเทคภายในปีนี้ นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เตรียมแยกการบริหารงานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ออกเป็นบริษัทลูกภายใต้ธนาคาร มีทุนจดทะเบียนหลักสิบล้านบาท เพื่อรองรับการร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคปปิตอล) กับผู้ประกอบการฟินเทคและสตาร์ทอัพ ช่วยให้คล่องตัวในการร่วมลงทุน คาดว่าแล้วเสร็จภายในปีนี้
ตำรวจเจ้าของคดีครูแพะแจงไม่ได้กลั่นแกล้ง
13 มกราคม 2560, 10:06
ตำรวจเจ้าของคดีครูแพะแจงทำการสอบสวนคดีตรงไปตรงมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการกลั่นแกล้ง ขอประชาชนอย่าฟังความข้างเดียว เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2560 พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง รองผกก.( สอบสวน) สภ.คำชะอี ช่วยราชราชการ สภ.ผึ่งแดด อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม เจ้าของคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎ์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ ถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เมื่อปี 2556 และได้รับการอภัยโทษเมื่อปี 2558 รวมโทษจำคุก 1ปี 6 เดือน แต่ไปร้องเรียนกระทรวงยุติธรรมขอให้รื้อฟื้นคดีใหม่เพราะยืนยันเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่เคยขับรถชนใคร พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นผู้ทำการสอบสวนคดีนี้ ได้ทำคดีดังกล่าวไปตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงไว้ทุกขั้นตอน โดยไม่มีเลศนัย ไม่มีการกลั่นแกล้ง ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการเรียกร้องรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ขอวิงวอนประชาชนอย่าฟังความข้างเดียว ทั้งนี้ ขณะเข้าเวรพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุว่ามีรถยนต์ชนรถจักรยาน 2 ล้อ มีผู้บาดเจ็บจึงรุดไปที่เกิดเหตุส่วนรถยนต์ได้หลบหนีไปแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บมีพลเมืองดีส่งโรงพยาบาลนาแก ได้ถ่ายภาพ ทำแผนที่เกิดเหตุ และได้ไปดูผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ซึ่งต่อมาได้เสียชีวิตได้สอบพยาน 3 ปากมีป้ายทะเบียนหน้ากับกันชนสีถลอกที่ติดรถจักรยาน 2 ล้อกับบังโคลนหน้า สอบปากคำเจ้าของรถให้การว่า ได้ไปยืมรถยนต์ในช่วงเช้าเพื่อไปทำธุระ ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวมีการจำหน่ายให้ญาติไปแล้วแต่ได้ยืมไปทำธุระก่อน นอกจากนี้ เมื่อได้ตรวจสอบรถคู่กรณีทั้งสองคันปรากฏว่าเข้ากันได้ในช่วงสูงต่ำ จึงขอป้ายทะเบียนรถยนต์ และจักรยาน 2 ล้อ ส่งไปที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผลออกมาว่าเป็นสีเดียวกันเข้ากันได้ ต่อมาจึงได้ออกหมายเรียกไปยังผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนาย ในชั้นสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ขอให้การชั้นศาล โดยไม่ขออ้างพยานใดๆ แต่จะไปอ้างพยานแถลงข้อเท็จจริงในชั้นศาลกระทั่งศาลมีคำพิพากษา.