ทนาย “เณรคำ” เผยเจ้าตัวสู้คดี ขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน อัยการนำพยานเบิกความยึดทรัพย์ 40 ล้าน
26 มกราคม 2560, 11:34
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 803 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานผู้ร้องในคดี ฟ61/2556 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 3 ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของนายวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กับพวกซึ่งเป็นผู้คัดค้านรวม 8 คน ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยในวันนี้พนักงานอัยการผู้ร้องนำพยานเข้าสืบจำนวน 3 ปาก ประกอบด้วย พนักงานสอบสวนดีเอสไอ, พระที่เชี่ยวชาญในการสร้างพระพุทธรูป และประธานบริษัทดอกบัวคู่ ภายหลังสืบพยานในช่วงเช้า พ.ต.ท.รวมชัย มานะ อัยการประจำสำนักงานคดีพิเศษ 3 กล่าวว่า ในคดีนี้ทางพนักงานอัยการผู้ร้องขอนำพยานเข้าเบิกความจำนวน 30 กว่าปาก ขณะนี้เบิกความไปแล้วหลายปาก คงเหลือพยานผู้ร้องที่ต้องเบิกความจำนวน 3-4 ปาก หลังจากนั้นจะเป็นฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งเตรียมพยานไว้ 20 กว่าปากจะขึ้นเบิกความต่อ ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ เนื่องจากขณะนี้คดีพึ่งอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยคดีนี้ทางพนักงานอัยการได้ร้องขอให้ยึดทรัพย์ ที่เกิดจากการกระทำผิดหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท นายกิตติ อธินันท์ ทนายผู้คัดค้านที่ 8 เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากหลวงปู่เณรคำ ถูกตั้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และพรากผู้เยาว์ ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งดำเนินคดี ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายการฟอกเงิน คณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ส่งอัยการร้องขอต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วยที่ดิน บ้าน บัญชีเงินฝาก และรถยนต์ หลายสิบล้านบาท ที่ปปง.อ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด ซึ่งขณะนี้ฝ่ายอัยการผู้ร้องเหลือการสืบพยานอีก 4 ปาก โดยจากนั้นจะเป็นการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้านอีกหลายสิบปาก โดยเป็นการสืบพยานต่อเนื่องถึงวันศุกร์ที่ 27 มกราคม นี้ นายกิตติ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตัวหลวงปู่เณรคำยังสู้คดีที่พนักงานอัยการต่างประเทศของประเทศไทย ร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนจะต้องสู้คดีอีกนานแค่ไหนนั้น ยังไม่สามารถกำหนดได้ เพราะต้องรอศาลชั้นต้นที่สหรัฐอเมริกามีคำสั่งลงมาก่อน แต่ตัวหลวงปู่เณรคำก็ยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้อีก
จับครูมะกัน คดีค้ายาตามหมายจับสากล คาหน้ารร.นานาชาติ
25 มกราคม 2560, 17:49
กระบี่ - เวลา 08:00 น. วันนี้ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอเล็กซานเดอร์ โจนาธาน โรเซ่น สัญชาติอเมริกัน ผู้ต้องหาที่ทางการสหรัฐฯกำลังต้องการตัวในข้อหาลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้โทษตามหมายจับศาลในสหรัฐอเมริกาซึ่งออกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้ถูกทางการสหรัฐฯยกเลิกหนังสือเดินทางและได้หนีมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยประกอบอาชีพเป็นครูในโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ทางการสหรัฐฯยังแจ้งเตือนว่าบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลอันตรายและให้ใช้ความระมัดระวังในการติดตามตัว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกตามตัวจนกระทั่งได้ข้อมูลว่าผู้ต้องหาได้แฝงตัวเป็นครูอยู่ในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ต่อมา พล.ต.ท. ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ด้วยตนเองเนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจไหวตัวทันแะอาจจะเกิดอันตรายต่อนักเรียน บุคลากร และบุคคลรอบข้างได้ จึงได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาที่บริเวณหน้าโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐกำลังต้องการตัวจริง จากข้อมูลในระบบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่านายอเล็กซานเดอร์ได้เดินทางเข้ามายังราชอาณาจักรไทยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 ผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และหลังจากนั้นได้เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยหลายครั้ง จากนั้นจึงมาสมัครเป็นครูในโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ และนำหลักฐานไปยื่นขออยู่ในราชอาณาจักรต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 ประเภทครูในโรงเรียนสถานศึกษาเอกชน ต่อมาทางการสหรัฐฯได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของนายอเล็กซานเดอร์ และได้แจ้งมายังทางการไทยจนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด พล.ต.ท. ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้ามืองกล่าวเพิ่มเติมว่าในคดีนี้ได้ลงมาควบคุมการปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ด้วยตนเอง ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยประสานความร่วมมือกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติมาโดยตลอดจึงสามารถติดตามคดีได้อย่างรวดเร็วในหลายๆคดี ทั้งนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนนานาชาติเพื่อให้ตรวจสอบประวัติคนต่างชาติก่อนที่จะรับเข้ามาเป็นบุคลากรในโรงเรียน และให้ตั้งข้อสังเกตุหากพบพฤตกรรมผิดปกติและให้ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่เพื่อให้ตรวจสอบเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนและบุคลากรอื่นในโณงเรียน นอกจากนี้ทางโรงเรียนควรดำเินการยื่นขอใบอนุญาตและขออยู่อย่างต่อเนื่องให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเป็นการคัดกรองครูอาจารย์ชาวต่างชาติ สำหรับคดีนี้ นายอเล็กซานเดอร์ โจนาธาน โรเซ่น ถือว่าเป็นผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดในสหรัฐฯและถือเป็นบุคคลอันตรายและเป็นภัยต่อสังคม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เพิกถอนการขออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองและมาตรา 12 อนุ 7 มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม หลังจากนี้จะดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้าม เพื่อป้องกันไม่ให้เดินทางเข้ามาประเทศไทยได้อีก
บินไทยเร่งสอบทุจริตสินบนฉาว
20 มกราคม 2560, 17:32
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์  ภายหลังที่ บริษัท โรลส์-รอยซ์ ผู้ผลิตยานยนต์และอากาศยานจากอังกฤษ ออกมาสารภาพมีการจ่ายสินบนจากการซื้อขายเครื่องยนต์อากาศยาน ให้อดีตข้าราชการและพนักงานบริษัท การบินไทย ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคมและตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสขององค์กรนี้ทันที ทั้งนี้ การบินไทยได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจพิเศษ (Special Task Force) เพื่อตรวจสอบเรื่องทุจริตในการจัดหาเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงใน ระหว่างปี 2534-2548 โดยมี นิรุฒ มณีพันธ์ ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นประธาน มีหน้าที่ ตรวจสอบว่าการจัดหาเครื่องยนต์และการซ่อมบำรุงที่ดำเนินการในระหว่างปี 2534-2548 ตามที่บริษัท โรลส์-รอยซ์แถลงนั้นการทุจริตที่เกี่ยวพันกับบริษัทเกิดขึ้นเมื่อใด เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามกฎระเบียบของบริษัทและตามกฎหมายต่อไป ร.อ.กนก ทองเผือก รองกรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร บริษัท การบินไทย กล่าวว่า รมว.คมนาคม ได้ขอให้การบินไทยเร่งรัดการสอบสวนข้อเท็จจริงและรายงานกระทรวงคมนาคมเป็นระยะด้วย ส่วนที่หน่วยงานภายนอกทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถที่จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ได้ หากเห็นว่าก่อให้เกิดความเสียหาย และสามารถที่จะทำหนังสือเพื่อขอให้การ บินไทยชี้แจงได้เช่นกัน ทั้งนี้ ในขั้นตอนแรกจะต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการเฉพาะกิจที่มีการแต่งตั้ง เพื่อที่จะสามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นในสมัยใครและมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องและจะต้องสอบถามไปถึงใครบ้าง ดังนั้นในส่วนของผู้บริหารหรือพนักงานที่เกี่ยวข้องที่พ้นจากตำแหน่งหรือเกษียณไปแล้วยืนยันว่ามีระเบียบของบริษัท การบินไทย สามารถที่จะเรียกมาสอบสวนได้ และเรื่องนี้คงจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนที่สุด ด้าน ทนง พิทยะ อดีตประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ระหว่างเป็นประธานบอร์ดการบินไทย ระหว่างเดือน มิ.ย. 2545-มี.ค. 2548 ไม่เคยอนุมัติให้มีจัดซื้อเครื่องบินรุ่นที่มีการกล่าวถึงแม้แต่ลำเดียว จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับสินบนในกรณีนี้ หากจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องไปตรวจสอบคณะกรรมการจัดซื้อที่ทำหน้าที่ในช่วงที่ถูกกล่าวหา จึงจะได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง เนื่องจากประธานบอร์ดฯ ในแต่ละช่วงนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความรู้หรือความเชี่ยวชาญเรื่องของชนิดเครื่องยนต์มากนัก ดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า การที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในองค์กรนั้นเชื่อว่าท้ายที่สุดจะขยายผลไปถึงผู้กระทำผิดได้ยาก จนไม่สามารถนำตัวมาลงโทษเพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสังคมได้ เนื่องจากการจัดซื้อเครื่องบินและเครื่องยนต์ของรัฐวิสาหกิจอย่างการบินไทยในแต่ละครั้ง จะต้องขออนุมัติจากกลุ่ม ผู้เกี่ยวข้องหลายทั้งฝ่ายคณะกรรมการและฝ่ายบริหารการบินไทยแล้ว ทั้งยังมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ดังนั้นสหภาพฯ การบินไทยจึงเห็นว่าต้องจัดตั้งคณะกรรมการอิสระที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของการบินไทยขึ้นมาสอบสวน ทั้งนี้จะเร่งหารือคณะกรรมการฯภายใน ก่อนทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด
‘เจ๊เกียว’ ร้องขอลดค่าธรรมเนียมเที่ยววิ่ง
19 มกราคม 2560, 15:42
โพสต์ทูเดย์ - นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่งและผู้บริหาร บริษัท เดินรถ เชิดชัย จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากนำสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการเข้าพบนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม เพื่อเข้าร้องเรียนให้กระทรวงช่วยเร่งรัดบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ผ่อนผันการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเที่ยววิ่ง หรือค่าขา ให้เป็นไปตามเที่ยววิ่งที่แท้จริง  เนื่องจากขณะนี้จำนวนเที่ยววิ่งจริงน้อยกว่าที่ได้ตกลงไว้กับ บขส. แต่ยังเสียค่าเที่ยววิ่งเต็มจำนวนเดิมแม้ไม่มีผู้โดยสารใช้บริการ รวมถึงต้องการให้ บขส.กำหนดราคาค่าโดยสารเป็นไปตามต้นทุนจริงเพื่อแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการ  นางสุจินดา กล่าวต่อว่า ในการเข้าพบครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการได้เสนอให้รถร่วมแยกออกจาก บขส. ซึ่งทางสมาคมฯ เห็นด้วย เพราะเป็นความยุติธรรมทำให้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเที่ยววิ่ง อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการและกำหนดเที่ยววิ่งได้เอง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัดซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวนมากสามารถรวมตัวเพื่อบริหารร่วมกันได้ไม่ยาก ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมพร้อมดูแลข้อเสนอที่ทางสมาคมผู้ประกอบการเรียกร้องมา แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน นางสุจินดา กล่าวว่า ภายหลังจากเหตุการณ์รถตู้พุ่งชนรถกระบะจนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 25 ศพนั้น ส่งผลให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถทัวร์ของบริษัท เดินรถ เชิดชัย จำกัดมากขึ้น จนยอดผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ทั้งนี้สมาคมผู้ประกอบการเห็นด้วยกับนโยบายการเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัสเนื่องจากมีความเป็นสากลในแง่ความปลอดภัยและมาตรการงานบริการอีกทั้งยังไม่มีประเทศไหนในโลกที่นำรถตู้มาวิ่งบริการผู้โดยสาร ดังนั้นสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่งพร้อมดำเนินการเปลี่ยนรถตู้เป็นรถไมโครบัสเพื่อออกวิ่งบริการแก่ผู้โดยสารตามแนวทางของรัฐบาลแลกระทรวงคมนาคม ส่วนจะนำรถมาวิ่งกี่คัน และเส้นทางใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนและกระทรวงคมนาคมว่ามีความต้องการเท่าใดโดยเบื้องต้นจะรอความชัดเจนด้านตัวเลขจำนวนผู้ใช้และเส้นทางเสียก่อน แต่ขณะนี้สมาคมฯมีรถทัวร์พร้อมให้บริการมากกว่า 10,000 คัน อย่างไรก็ตามด้านความคืบหน้าการติดตั้งจีพีเอสของบริษัท เดินรถ เชิดชัย จำกัด ขณะนี้ยังติดตั้งไม่ครบทั้งหมดซึ่งได้เลือกติดตั้งเฉพาะรถทัวร์ที่วิ่งบริการประจำก่อน
ธปท. ธนาคารปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อรับการใช้จ่ายในอนาคต หวั่นฟินเทคเทระบบธนาคาร
14 มกราคม 2560, 11:00
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผย อนาคตธนาคารอยู่ยาก เพราะเจอพิษฟินเทคแย่งตลาด แนะปรับรูปแบบธุรกิจ เลิกเน้นเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ควรพัฒนาการด้านเทคโนโลยีทางการเงิน(ฟินเทค) มีความรวดเร็วและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้บริโภคมากขึ้น และให้บริการทางการเงินแทนธนาคารได้เกือบทุกด้านแล้ว ฉะนั้น โครงสร้างระบบการเงินในไทยต้องเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน รัฐบาล และ ธปท.เองล้วนต้องปรับตัวรองรับปัจจุบันแบงก์ทั่วโลกใช้ "ฟินเทค" เพื่อเป็นการใช้จ่ายในอนาคต เนื่องจาก การใช้ชีวิประจำวันของคนเราได้เปลี่ยนไป และเราทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ดังนั้น กอปรกับความก้าวหน้าของเทคโลโยลี ส่งผลให้ภาคธุรกิจธนาคารจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อดึงดูดใจลูกค้ายุคใหม่ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์กับธุรกิจการเงินการธนาคาร หรือ “ฟินเทค” กำลังปรับตัวขึ้นและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องธนาคารหลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศ ได้เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น ที่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า และเปิดโอกาสให้เจ้าของบัญชีสามารถบริหารจัดการดูแลบัญชีของตนได้โดยไม่ต้องไปที่ธนาคารในขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงศรีฯ จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อร่วมลงทุนสนับสนุนฟินเทคภายในปีนี้ นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เตรียมแยกการบริหารงานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ออกเป็นบริษัทลูกภายใต้ธนาคาร มีทุนจดทะเบียนหลักสิบล้านบาท เพื่อรองรับการร่วมลงทุน (เวนเจอร์แคปปิตอล) กับผู้ประกอบการฟินเทคและสตาร์ทอัพ ช่วยให้คล่องตัวในการร่วมลงทุน คาดว่าแล้วเสร็จภายในปีนี้