ค้าปลีกอเมริกันไม่ฟื้น ปิดสาขาอื้อ-ตกงานเพียบ
6 กุมภาพันธ์ 2560, 11:12
โพสต์ทูเดย์ - ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ระดับท็อป 10 ในสหรัฐอย่าง เมซีส์ เพิ่งประกาศข่าวร้ายเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา โดยการทำการปิดสาขา 70 แห่ง และเตรียมลดพนักงานลง 1 หมื่นอัตรา หลังเผชิญหน้ากับการแข่งขันอย่างรุนแรงจากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่กดดันห้างและร้านค้าปลีกต่างๆในสหรัฐมาหลายปี แม้จะงัดกลยุทธ์มากมายมาดึงดูดลูกค้าช่วงเทศกาลที่ผ่านมา แต่ก็ไม่อาจสู้การเติบโตของร้านค้าออนไลน์ที่มาแรงในรอบหลายปีนี้ได้ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ นิวยอร์กโพสต์ ได้รายงานว่า เทอร์รี ลันด์เกรน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเมซีส์ ที่กำลังจะออกจากตำแหน่งและกำลังพิจารณาจะขายกิจการ จึงเป็นเหตุให้หุ้นของเมซีส์ได้ปรับตัวขึ้นถึง 5% โดยเมซีส์ไม่ได้เป็นเพียงห้างแห่งเดียวที่ต้องปิดสาขาเพื่อรักษาตัว ทางด้านเซียร์สเอง ก็ได้ประกาศปิดสาขา เซียร์ส 41 แห่ง และเคมาร์ทอีก 109 แห่งในเวลาไล่เลี่ยกับเมซีส์ หลังจากที่ปิดไปแล้ว 78 แห่งในปีก่อน และปี 2015 ปิดไปกว่า 200 แห่ง ขณะที่เดอะ ลิมิเต็ด ร้านเสื้อผ้าสตรีชื่อดังเพิ่งประกาศปิดสาขาไปทั้งหมด 250 แห่ง เหลือไว้เพียงแค่ร้านค้าออนไลน์ และอาจต้องปลดพนักงานกว่า 4,000 อัตรา ความย่ำแย่ของร้านค้าปลีกส่งผลให้ชาวอเมริกันตกงานหลายหมื่นคน โดยจากข้อมูลของชัลเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส บริษัทจัดหางานพบว่า ในปี 2016 ที่ผ่านมา พนักงานมากกว่า 4.36 หมื่นคน ต้องตกงานจากภาคส่วนค้าปลีก กรีนสตรีทแอดไวเซอร์ รายงานภาพรวมห้างร้านประจำปี 2017 ว่า ห้างสรรพสินค้าจะต้องปิดสาขาเพิ่มอีก 800 สาขา เพื่อที่จะรักษาศักยภาพการขายให้ได้เท่าเทียมกันในระดับเดียวกับปี 2006 หลังต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันซึ่งไม่ใช่เพียงค้าออนไลน์เท่านั้น แต่ยังมีการเติบโตของธุรกิจฟาสต์-แฟชั่น (การออกคอลเลกชั่นเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว) และธุรกิจออฟ-ไพรซ์ (ค้าปลีกราคาถูก) ก็ยังเป็นอีกปัจจัยกดดันเช่นกัน การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นนี้ ทำให้ภาคส่วนธุรกิจค้าปลีกต้องทำการปรับตัวและมุ่งเน้นไปยังตลาดออนไลน์มากขึ้น หรือจะเลือกปิดสาขาเพื่อรักษาตัว เช่น วอลมาร์ท ค้าปลีกชื่อดังที่ประกาศจะเข้าแข่งขันกับอเมซอน ร้านค้าออนไลน์ชื่อดังที่มีการเติบโตคิดเป็นครึ่งหนึ่งของการเติบโตในภาคส่วนอี-คอมเมิร์ซทั้งหมดในสหรัฐ ในทางกลับกัน ธุรกิจค้าปลีกบางส่วนกลับเลือกวิธีขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่สามารถสร้างยอดขายได้แทน เพื่อเป็นการรองรับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้เอกชนช่วยสร้างงานในประเทศ เช่น วอลมาร์ท ซึ่งแม้จะเพิ่มการลงทุนออนไลน์มากขึ้น แต่ก็มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมเช่นกัน โดยคาดว่าจะขยายราว 60 สาขาในปีนี้ พร้อมเพิ่มการจ้างงาน 1 หมื่นอัตรา ไม่ใช่เพียงวอลมาร์ทเท่านั้น ดอลลาร์ เจเนอรัล (ดีจี) ห้างค้าปลีกที่ขายสินค้าสำหรับใช้ในบ้าน ก็ได้มีการเตรียมการขยายสาขาใหม่เพิ่ม 900 สาขา โดยในแต่ละสาขาจะจ้างพนักงานไม่มากนัก และปรับเปลี่ยนที่ตั้งของสาขาเดิมอีก 900 สาขา เพื่อไปในพื้นที่ที่มียอดขายดีกว่า นโยบายรัฐบาลใหม่ไม่เอื้อ ขณะเดียวกัน ภาคค้าปลีกยังต้องเผชิญกับการกดดันจากนโยบายรัฐ เนื่องจากพรรครีพับลิกันได้เสนอการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้า 20% และยกเว้นการเก็บภาษีสินค้าส่งออก เพื่อกระตุ้นให้เอกชนสหรัฐหันมาผลิตในประเทศมากขึ้น แต่การเก็บภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาสินค้าแพงขึ้น ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ตามร้านค้าเหล่านี้มักเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคอ่อนไหวต่อการขึ้นราคา “การขึ้นภาษีชายแดนจะทำให้ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคสูงไปด้วย ซึ่งเป็นความจริงที่เราต้องเผชิญหากมีการออกมาตรการดังกล่าวจริง” วิกเตอร์ ลูอิซ ซีอีโอของโค้ช แบรนด์กระเป๋าชื่อดัง เปิดเผยกับซีเอ็นบีซี ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้บริษัทค้าปลีกและองค์กรการค้ามากกว่า 120 แห่ง ซึ่งรวมถึงสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นอาร์เอฟ) ออกมาตรการ “ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาเหมาะสมสำหรับชาวอเมริกัน” พร้อมกับที่บรรดาผู้บริหารบินตรงไปยังกรุงวอชิงตันเพื่อกดดันไม่ให้มาตรการดังกล่าวมีการบังคับใช้ ค้าออนไลน์เอื้อธุรกิจขนส่ง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าออนไลน์ก็ยังส่งผลในด้านบวกต่อธุรกิจการขนส่ง เช่น ยูไนเต็ด พาร์เซล เซอร์วิส (ยูพีเอส) แม้ภาคธุรกิจดังกล่าวจะยังขยายตัวไม่เต็มที่ เมื่อเปรียบเทียบกับอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วก็ตาม โดยผลประกอบการในไตรมาส 4 ของยูพีเอส อยู่ที่ 1.69 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.92 แสนล้านบาท) น้อยกว่าคาดการณ์ที่ 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.95 แสนล้านบาท) “ในขณะที่ปริมาณการขนส่งเติบโตขึ้น โอกาสกำลังมา แต่ในเมื่อเราทำธุรกิจแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (บีทูซี) เราจึงได้รับผลกระทบ” ริชาร์ด เพอเรตซ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินยูพีเอส กล่าว ทั้งนี้ ยูพีเอสส่งของไปทั้งหมด 712 ล้านชิ้นทั่วโลก ในระหว่างช่วงเทศกาลที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันแบล็กฟรายเดย์ไปจนถึงวันสิ้นปี โดยมีการเติบโตทั้งหมด 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2015 ซึ่งธุรกิจแบบบีทูซีคิดเป็น 55% ของปริมาณการจัดส่งทั้งหมด อย่างไรก็ตามการส่งของถึงมือผู้บริโภคทีละหลายๆรายนั้น ใช้ค่าใช้จ่ายมากกว่าการส่งของระหว่างธุรกิจกับธุรกิจที่มีปริมาณมากในคราวเดียว และกลายเป็นความเสี่ยงที่บริษัทขนส่งต้องแบกรับเช่นกันโดยทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 
เฒ่าอังกฤษหื่น รับล่วงละเมิดเด็ก 45 ข้อหา เป็นเหยื่อไทย 9 คน
3 กุมภาพันธ์ 2560, 15:38
ข่าวสด - เมื่อวันที่ 1 ก.พ. บีบีซีรายงานการพิจารณาคดีผู้ที่ชอบมีสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กที่น่าตกตะลึง เมื่อจำเลยคือนายมาร์ก ฟรอสต์ ครูเกษียณชาวอังกฤษ อายุ 70 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาลอาญาในกรุงลอนดอน ว่ากระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 23 ข้อหา หลังจากปีก่อนสารภาพแล้ว 22 ข้อหา รวมเป็น 45 ข้อหา ทั้งในสหราชอาณาจักรและในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีเด็กตกเป็นเหยื่อ 9 ราย ช่วงปี 2552-2555 ข้อกล่าวหาที่ยอมรับผิดดังกล่าว รวมถึงการข่มขืน กระทำชำเรา ล่อลวงให้เด็กร่วมกิจกรรมทางเพศ และถ่ายภาพลามกอนาจาร นายฟรอสต์เคยใช้ชื่อว่า แอนดรูว์ เทรซีย์ ถูกนำตัวมาดำเนินคดี หลังจากมีทีมเจ้าหน้าที่นานาชาติร่วมสอบสวนคดี ทั้งสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ในไทย สเปน และเนเธอร์แลนด์ ในส่วนของการก่อเหตุที่ประเทศไทย สอบสวนพบว่านายฟรอสต์ล่อลวงเด็กฐานะยากจนมาข่มขืนด้วยการใช้เงิน ขนม เกมคอมพิวเตอร์ หลอกล่อ รวมถึงชักชวนให้มาว่ายน้ำในสระของตน ต่อมาได้ประกันตัวและหนีออกจากไทย กระทั่งเมื่อตำรวจในเนเธอร์แลนด์พบหลักฐานเบื้องหลังฉาวที่นายฟรอสต์ก่อไว้ บันทึกในคอมพิวเตอร์ของชายคนหนึ่ง นายฟรอสต์จึงถูกส่งตัวจากสเปนมายังอังกฤษในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อปีที่แล้วภาพที่พบในคอมพิวเตอร์ดังกล่าว นายฟรอสต์ให้เด็กชายอายุ 10-14 ปีทำท่ายกนิ้วโป้ง และทำมือเป็นรูปหัวใจ พร้อมใช้เว็บแค็มถ่ายขณะลงมือทางเพศ การสอบสวนของอังกฤษพบว่า นายฟรอสต์ถูกห้ามสอนหนังสือตั้งแต่ปี 2538 หลังพบว่าล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนในเขตวอร์ซสเตอร์เชอร์ ภาคกลางฝั่งตะวันตกของอังกฤษ ช่วงปลายทศวรรษ 80 และ 90 โดยทำมิดีมิร้ายกับเด็กๆ ผู้ชายในห้องเก็บของ ในบ้านที่อาศัยอยู่กับลูกเลี้ยง รวมถึงที่ลานจอดรถในเซอร์เรย์ เหยื่อรายหนึ่งเสียชีวิตไปหลังจากเปิดเผยเรื่องนี้ ส่วนอีกคนออกแถลงการณ์เผยถึงการใช้ชีวิตที่อยู่กับความหวาดกลัวทุกวันที่ถูกล่วงละเมิด
สหรัฐฯเตือนอิหร่าน หลังละเมิดข้อตกลงทดสอบขีปนาวุธ
2 กุมภาพันธ์ 2560, 14:47
โพสต์ทูเดย์ - ไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐประจำทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า การทดสอบขีปนาวุธ และการโจมตีเรือรบของซาอุดิอาระเบีย โดยกลุ่มกบฏอิหร่านที่บริเวณนอกชายฝั่งของเยเมน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อิหร่านกำลังก่อพฤติกรรมวุ่นวาย แก่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ทางสหรัฐประกาศเตือนไปยังอิหร่าน ห้ามกระทำการดังกล่าวอีกครั้ง และหยุดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธ ไม่ว่าจะมีข้ออ้างใดๆก็ตาม อิหร่านร่วมลงนามในข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ ร่วมกับ 6 ประเทศที่มีนิวเคลียร์ในครอบครอง ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา เพื่อระงับกิจกรรมต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลอง และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ กรณีก่อนหน้านี้อิหร่านถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หลังมีรายงานว่ากำลังพัฒนาอาวุธ ซึ่งอิหร่านออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวถึงวิกฤติในอิหร่าน ว่าจะยุติโปรแกรมขีปนาวุธทั้งหมด ซึ่งล่าสุดตัวเขาเพิ่งจะลงนามยุติการออกวีซ่า และรับผู้อพยพจากอิหร่าน รวมทั้งอีก 6 ประเทศมุสลิม ด้านอิหร่านเอง Hossein Denghan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมายืนยันด้วยตัวเอง เมื่อวันพุธว่าอิหร่านทำการทดสอบอาวุธจริง อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีรายงานว่าการกระทำของอิหร่าน ไมได้เป็นการละเมิดข้อตกลงแต่อย่างใด โดยระบุว่าการทดสอบนั้นมีขึ้นเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่พัฒนาไปสู่การติดหัวรบนิวเคลียร์ ขณะนี้ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกำลังทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน
ชาวโรมาเนียรวมตัวประท้วงหลังรบ.ลดโทษคอรัปชั่น
2 กุมภาพันธ์ 2560, 14:12
โพสต์ทูเดย์ - ขณะนี้รัฐบาลโรมาเนียกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับตั้งแต่การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ประชาชนชาวโรมาเนียราว 300,000 คน พากันออกมาชุมนุมตามท้องถนน ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ในจำนวนนี้กว่า 150,000 คนพากันล้อมรอบอาคารรัฐสภา ในกรุงบูคาเรสต์ เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา เหตุแห่งความไม่พอใจครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังรัฐบาลโรมาเนียชุดใหม่ ที่เพิ่งขึ้นทำงานได้เพียง 1 เดือนออกพระราชกำหนดใหม่หลายฉบับ ในจำนวนนี้ยังรวมถึงการลดโทษคดีความที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นลง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้คนพากันถือป้ายข้อความตำหนิรัฐบาล และเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากนั้นทางรัฐบาลยังประกาศอภัยโทษให้แก่นักโทษที่ต้องคดีสถานเบา และติดคุกมาไม่ต่ำกว่า 5 ปีอีกด้วย เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของเรือนจำ สำหรับพระราชกำหนดที่แก้ไขบทลงโทษของการคอร์รัปชั่น ได้ลดโทษความผิดในหลายกรณี และกำหนดให้ต้องโทษจำคุก เฉพาะคดีคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเงินมากกว่า 44,000 ยูโรเท่านั้น หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1 ล้าน 6 แสนบาท การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ชาวโรมาเนียจำนวนมากไม่พอใจ เนื่องจากจะทำให้บรรดานักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคอร์รัปชั่นนั้นพ้นผิด ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึง Liviu Dragnea ผู้นำโซเชียลพรรคเดโมแครต ที่ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่นระหว่างการดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2006 - 2013 อัยการผู้ทำงานต่อต้านการคอร์รัปชั่นรายงานว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีคดีความการทุจรคิตรับสินบนมากถึง 2,000 คดี ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งถูกดำเนินคดีแล้ว และคิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อประเทศมากถึง 1 พันล้านยูโรเลยทีเดียว ประเทศที่มีจำนวนประชากร 19 ล้านคนนี้ ติดอันดับประเทศที่มีการทุจริตมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ในสหภาพยุโรป รายงานจาก องค์กรความโปร่งใสนานาชาติเบอร์ลิน
ทรัมป์ยันยังคงปกป้องสิทธิชาว LGBT
2 กุมภาพันธ์ 2560, 12:04
ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ยืนยันปกป้องสิทธิของชาว LGBT จากการถูกเลือกปฏิบัติ พร้อมแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงคนใหม่ สิทธิและการคุ้มครองชาว LGBT จากการถูกกีดกัน และเลือกปฏิบัติในการทำงานของชาวสหรัฐนั้น ยังคงได้รับการปกป้อง และดำเนินต่อไปภายใต้รัฐบาลของทรัมป์ รายงานจากทำเนียบขาวที่ออกมาให้คำมั่นสัญญาดังกล่าว นโยบายดังกล่าวถูกลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อปี 2014 โดยมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องบรรดาผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ คำประกาศใหม่นี้เป็นผลมาจากก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าประธานาธิบดีคนใหม่อาจกำลังพิจารณายกเลิกนโยบายของโอบามานี้ อย่างไรก็ตามคำมั่นสัญญาที่ทำเนียบให้แก่ชาว LGBT กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ Chad Griffin ประธานจากกลุ่ม Human Rights Campaign ออกมากล่าวว่าการไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งของโอบามานั้น เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เทื่อเทียบกับสิ่งที่ทรัมป์ทำกับบรรดาผู้อพยพ, ชาวมุสลิม และผู้หญิงมากมายที่ทุกวันนี้ต้องมีชีวิตด้วยความหวาดกลัว เพราะทรัมป์ นับตั้งแต่เข้ามาในทำเนียบขาว ทรัมป์ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากบ่อนทำลายความเท่าเทียมของอเมริกา นโยบายสนับสนุนบรรดาชาว LGBT นี้ นับว่ามีความสำคัญ เนื่องจากเป็นนโยบายที่ปกป้องแรงงานชาวสหรัฐกว่า 28 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของแรงงานทั้งหมด สำหรับการทำงานด้านอื่นๆ ล่าสุดประธานาธิบดีได้แต่งตั้ง Neil Gorsuch ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เขต 10 เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโรลาโด ขึ้นเป็นผู้พิพากษาสูงสุดของสหรัฐ แทนที่ Antonin Scalia ผู้พิพากษาคนเก่าที่เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน หลังดำรงตำแหน่งมานานกว่า 30 ปี โดยทรัมป์ระบุว่า Gorsuch นั้นมีความเหมาะสมทุกประการทั้งประวัติการทำงาน และการศึกษา ส่งผลให้ Gorsuch เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสูงสุดที่มีอายุน้อยที่สุด ด้วยวัยเพียง 49 ปี ด้านหลายฝ่ายวิจารณ์ เนื่องจากผู้พิพากษาคนใหม่นั้นเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม ส่งผลให้ขณะนี้ในจำนวนผู้พิพากษาสูงสุดของสหรัฐทั้ง 9 คน มีผู้พิพากษาถึง 5 คนที่เป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลต่ออนาคตของประเทศ เนื่องจากศาลดังกล่าวมีหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจกับรัฐบาล แต่ในรัฐบาลของทรัมป์นี้ ศาลสูงสุดกับมีจำนวนผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมมากกว่าเสรีนิยม ในขณะที่รัฐบาลเองก็เป็นอนุรักษ์นิยมเช่นกัน
น้ำตาลเปิดใจหลังการประกวดมิสยูนิเวิร์ส "ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ"
30 มกราคม 2560, 17:01
น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์ เปิดใจทำดีที่สุดแล้วพร้อมขอบคุณชาวไทย หลังทะลุเข้าถึงรอบ 6 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์สปี 2017 เมื่อวันที่ 30 ม.ค. เฟซบุ๊กเพจ Namtan Chalita Suansane Miss Universe Thailand 2016 เผยเเพร่คลิปวิดีโอเปิดใจ "น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์" มิสยูนิเวิร์สไทยเเลนด์ หลังทำดีที่สุดเข้ารอบ 6 คนสุดท้ายในเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สปี 2017 ที่ประเทศฟิลิปปินส์น้ำตาล กล่าวว่า "ขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยทุกคนที่คอยเชียร์ ให้กำลังใจ เเละคอยโหวตคะเเนนให้ ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีที่สุดเเล้ว เเละขอมอบสิ่งนี้ให้กับทุกคน"ทั้งนี้ สาวงามที่คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไปครองได้แก่ อีริส มีตเตแนร์ วัย 23 ปี สาวงามจากประเทศฝรั่งเศส โดย ราเกล เปลิสเซียร์ ตัวแทนจากเฮติคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 และ อันเดรอา โตวาร์ จากโคลอมเบียคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2
ออสซี่รำลึก 5 เหยื่อตีนผี ถูกพุ่งชนร่างกระเด็น
28 มกราคม 2560, 15:00
เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ชาวออสเตรเลียหลายพันคนร่วมพิธีรำลึกเหยื่อ 5 ชีวิต ในเหตุการณ์ช็อกผู้คนทั่วประเทศ เมื่อชายหนุ่มวัย 26 ปีขับรถพุ่งชนเหยื่อเหล่านี้บริเวณห้างสรรพสินค้าที่มีผู้คนหนาแน่นที่สุดในนครเมลเบิร์นเหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เห็นร่างเหยื่อถูกรถพุ่งชนด้วยความเร็วสูงจนกระเด็นขึ้นไปในอากาศ ผู้ตายเป็นชายในช่วงวัย 30 ปี หญิงสองคนช่วงวัย 20 ปี เด็กหญิงอายุ 10 ขวบ และทารกอีกคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 15 คนที่ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ในจำนวนนี้ 2 คนอาการสาหัส“ภาพและเสียงคงจะอยู่ในความจำของผมอีกยาวนานกว่าที่ผมคิด แต่ผมก็ดีใจที่เห็นและไม่มีวันลืมว่า คนแปลกหน้าที่กล้าหาญและมีน้ำใจนั้นเป็นอย่างไร ผมรักเมืองนี้” เฮนรี โดว ผู้เห็นนาทีเกิดเหตุ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่อพูดถึงภาพที่เห็นคนขับแท็กซี่รุดเข้าไปช่วยเหยื่อที่ติดอยู่ใต้ท้องรถผู้ก่อเหตุด้านนายมัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวผ่านวิทยุ ว่า “นี่เป็นช่วงโศกนาฏกรรม แต่ผู้คนในเมลเบิร์นต่างรวมใจกัน และจิตวิญญาณของเมืองนี้ชัดเจนมากในวันที่เกิดเหตุที่น่าตกตะลึงนี้สำหรับผู้ก่อเหตุที่ถูกจับกุมนั้นถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม ตรวจสอบพบว่า เพิ่งแทงพี่ชายก่อนขับรถมาพุ่งชนคน มีประวัติใช้ความรุนแรงในครอบครัว มีอาการป่วยทางจิต และใช้ยาเสพติด ผู้ต้องหารายนี้ไม่มาขึ้นศาลในวันจันทร์ ทนายระบุว่าลูกความนั้นมีอาการป่วย
เม็กซิโกลั่นไม่จ่ายค่าสร้างกำแพง
26 มกราคม 2560, 18:09
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เอพีรายงานว่า นายเอ็นริเก เปญา เนียโต ประธานาธิบดีเม็กซิโก พิจารณาอยู่ว่าจะยกเลิกหมายเดินทางไปพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตัน วันที่ 31 ม.ค. หรือไม่ หลังจากนายเนียโตเปิดแถลงตอบโต้นายทรัมป์เรื่องการสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสองประเทศ ว่าเม็กซิโกจะไม่จ่ายเงินตามที่นายทรัมป์บอกว่าให้จ่ายทั้งหมด 100 เปอร์เซนต์ ในการแถลงข่าว นายเนียโตกล่าวว่า เสียใจมากที่เห็นแผนสร้างกำแพงของนายทรัมป์ เม็กซิโกไม่ศรัทธาในเรื่องกำแพงกั้น และเม็กซิโกจะไม่จ่ายค่าสร้างกำแพงใดทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เม็กซิโกขอย้ำถึงมิตรภาพกับประชาชนของสหรัฐอเมริกา และยินดีที่จะบรรลุข้อตกลงต่างๆ กับรัฐบาลสหรัฐ   ทั้งนี้ในช่วงหาเสียง นายทรัมป์เคยกล่าวถึงราคาค่าก่อสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนสองประเทศ ถึง 8 พันล้านดอลลาร์หรือราว 2.8 แสนล้านบาท โดยจะเรียกเก็บจากประเทศเม็กซิโกทั้งหมด นอกจากนี้ทรัมป์ยังหารือถึงมาตรการด้านความมั่นคงชายแดนและผู้อพยพอื่นๆ ได้แก่ จำกัดทางเข้าประเทศสหรัฐต่อผู้ลี้ภัย การระงับรับผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่และงดวีซ่าพลเมืองซีเรียชั่วคราว รวมถึง 7 ประเทศที่เสี่ยงเป็นภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ได้แก่ อิรัก อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรียและเยเมน
ตรุษจีนแดนมังกรคาดยอดเดินทางพุ่ง 3 พันล้านเที่ยว
26 มกราคม 2560, 10:12
ข่าวสด - เมื่อวันที่ 25 ม.ค. เอเอฟพีรายงานบรรยากาศต้อนรับตรุษจีนว่า ชาวจีนหลายล้านคนในแผ่นดินใหญ่เริ่มต่อแถวซื้อตั๋วรถโดยสารกลับบ้านกันแล้วท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะที่กรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้ ชุมทางการรถไฟและไฮสปีดเทรน ความต้องการในการซื้อตั๋วมีสูงมาก และหลายคนไม่สามารถซื้อตั๋วไฮสปีดได้ เนื่องจากขายหมดแล้วในปีนี้ชาวจีนจะไปฉลองจะต้องเดินทางถึงบ้านภายในวันที่ 27 ม.ค. เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ในวันที่ 28 ม.ค. เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมคาดการณ์ว่าผู้โดยสารจะเดินทางเกือบ 3,000 ล้านเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนราว 40 วัน ในจำนวนนี้ 2,500 ล้านเที่ยวเป็นการเดินทางโดยรถยนต์หรือพาหนะบนท้องถนน นายฉี ซี พนักงานบริษัทคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สามารถหาตั๋วรถไฟความเร็วสูงจากปักกิ่งไปบ้านเกิดที่มณฑลเฮยหลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เวลา 4 ช.ม.ได้ จึงต้องหันไปใช้รถไฟธรรมดาแทน แม้ว่าการเดินทางใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็ม และที่นั่งที่ไม่สะดวกสบายเท่าไฮสปีด แต่ถือว่ายังดีเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่ยังหาตั๋วรถไฟกลับบ้านไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าจะกลับอย่างไรอาจพลาดโอกาสไปฉลองที่บ้านก็ได้ปีนี้
ด่วน! สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานข่าว จับ ‘คนไทย’ ระดับรองอธิบดีพาณิชย์ ขโมยภาพในโรงแรม
25 มกราคม 2560, 10:15
มติชน - เมื่อวันที่ 25 มกราคม สื่อท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองเกียวโตได้เข้าควบคุมตัวชายไทยต้องสงสัยเป็นผู้ขโมยภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 4659.33 บาท ข้อมูลเมื่อเวลา 10.12 น. วันที่ 25 ม.ค. 60) ที่ติดอยู่ในโรงแรม หลังจากพนักงานโรงแรมดังกล่าวพบว่ามีภาพวาดที่ตกแต่งอยู่บริเวณชั้น9-10ได้หายไป จึงได้เข้าแจ้งความ โดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายไทยผู้ต้องสงสัยที่เข้าพักในโรงแรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นกระเป๋าระหว่างการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมจึงพบภาพวาดดังกล่าว จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชายไทยคนดังกล่าว ระบุเพียงว่า ทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ของไทย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปควบคุมที่สถานีตำรวจในเมืองเกียวโตและเตรียมส่งดำเนินคดี โดยจะถูกนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป รายงานข่าวแจ้งว่า คนไทยที่ถูกจับกุมครั้งนี้เป็นข้าราชการระดับรองอธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงพาณิชย์